สุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ สามารถมีอิทธิพลในทางบวกเป็นอย่างมากต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง จะมีคะแนนสูงกว่าในเรื่องของกระบวนการรับรู้ พัฒนาด้านการเข้าสังคมและการเคลื่อนไหว การเจริญเติบโต รวมถึงสามารถอ่านภาษากายและรับรู้ถึงความรู้สึกผู้อื่นได้ดีกว่าด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่ม IQ และทักษะในการอ่านอีกด้วย

เด็กจำนวนมากทั่วโลกแบ่งปันความรู้สึกลึกๆ ในใจและความลับกับสัตว์เลี้ยงที่เขารัก เด็กๆ เชื่อว่าสุนัขรับฟังและเข้าใจโดยไม่ตัดสินว่าเด็กทำถูกหรือผิด ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง ทำให้เด็กๆ รู้สึกเป็นที่จดจำได้ ยอมรับ และได้รับการชื่นชม
นอกจากจะเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว สุนัข ยังรับใช้มนุษย์ในอีกหลากหลายหน้าที่ เช่น สุนัขใช้งาน จะใช้ในการนำทางคนตาบอด หูหนวก เป็นผู้ช่วยผู้ทุพพลภาพทางกาย ตรวจหามะเร็งชนิดต่างๆ การตรวจพบก่อนจะเกิดอาการชักจากลมบ้าหมูหรือเบาหวาน ค้นหาและช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหว หิมะถล่ม หรือสึนามิ ตามหาคนหาย เป็นสุนัขตำรวจหรือ
ทหารในการตรวจหาระเบิดหรืออาวุธ อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจให้คนชราหรือผู้ป่วยทางจิต เช่นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ รวมทั้งเด็กๆ ที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ นอกจากนี้สุนัขยังสามารถนำมาเป็นเกมกีฬาที่สนุกสนานได้ เช่น การแข่งขันความว่องไวสุนัข (agility),การประกวดสุนัขอารักขา (shutzhund) หรือ การแข่งการเชื่อฟังคำสั่ง (obedience) เป็นต้น
ถึงแม้ว่าสุนัขจะเป็นสัตว์สังคมและสามารถปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์และแนวทางของสังคมมนุษย์ได้ แต่บ่อยครั้งเราก็ลืมไปว่าอย่างไรมันก็เป็นแค่สัตว์และมันก็จะแสดงออกตามพฤติกรรมของสัตว์ สุนัขที่ไม่ได้รับความใส่ใจ ถูกทอดทิ้ง หรือไม่มีผู้เข้าใจ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว
คนจำนวนมากหวาดกลัวสุนัข เหตุผลหนึ่งก็คือพวกเขาได้รับการสั่งสอนมาว่าสุนัขนั้นไม่น่าจับต้องเนื่องจากมันสกปรก เป็นพาหะนำเชื้อโรค และดุร้าย แต่น้อยคนที่จะรู้จริงในเรื่องการดูแลสุนัขอย่างเหมาะสม ผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีประชากรสุนัขมากเกินไป และความรู้สึกที่สุนัขจะต้องเผชิญ เช่น ความหวาดกลัว ความกังวล ความรัก และความรู้สึกโดดเดี่ยว

ในเรื่องความรู้สึก สุนัขก็มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป ถ้ามันถูกปล่อย
ให้หิวโหย เจ็บป่วย หรือถูกทุบตี ก็จะกลายเป็นสุนัขที่โกรธหรือ
รำคาญง่าย และในบางกรณีอาจจะส่งผลให้มีพฤติกรรมดุร้ายได้
ดังนั้น การปล่อยให้มีประชากรสุนัขมากเกินไป การดูแลที่ไม่เหมาะสม
และการขาดความเข้าใจในภาษากายของสุนัข เป็นบ่อเกิดของ
ความเสี่ยง ทั้งต่อตัวเราและเด็กๆ ของเราได้ ถ้าเด็กไม่ได้เรียนรู้ว่า
ควรจะแสดงออกอย่างไรเมื่ออยู่กับสุนัข ก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะถูก
สุนัขกัดได้ โชคร้ายที่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงที่เราเห็นได้ทั่วไปตาม
หน้าหนังสือพิมพ์ ที่มีเด็กถูกสุนัขกัด ถูกขย้ำถึงตาย กุมารแพทย์ที่
ทำงานในโรงพยาบาลในกรงุเทพ เคยเล่าให้คุณนีงเกอะฟังว่า ทุกวัน
จะต้องมีเด็กถูกสุนัขกัดเข้ามารักษาอย่างน้อยวันละคน ซึ่งบางราย
ก็มีอาการค่อนข้างสาหัสเลยทีเดียว
ผลการวิจัยพบว่า อัตราการถูกสุนัขกัดจะลดลงถ้าเด็กหรือผู้ดูแลสุนัข
ได้เรียนรู้ภาษากายขั้นพื้นฐานของสุนัข เรียนรู้วิธีการปฏิบัติต่อสุนัขอย่างปลอดภัย และเรียนรู้ว่าจะดูแลสุนัขให้มีสุขภาพกายและจิตที่ดีได้อย่างไร
ลัคกี้ด๊อกส์ และแคร์ฟอร์ด๊อกส ได้ตระหนักถึงเรื่องสำคัญนี้ เราจึงได้พัฒนาหลักสูตร Professor Paws - การให้การศึกษาเรื่องการอยู่ร่วมกับสุนัขอย่างปลอดภัย
วัตถุประสงค์หลักของหลักสูตรนี้คือ
|
ผู้เรียนได้เรียนรู้การแสดงออกอย่างปลอดภัยและถูกสุขอนามัยเมื่ออยู่กับสุนัข |
|
ผู้เรียนได้เรียนรู้การดูแลสุนัขอย่างเหมาะสม |
|
ผู้เรียนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภาษา |
หลักสูตรนี้มี 7-8 บทเรียน ดังนี้คือ
|
บทนำ |
| |
ทำความรู้จักกับสุนัข |
|
สิ่งที่สุนัขต้องการ |
|
ทำความเข้าใจภาษากายของสุนัข |
|
การปรับพฤติกรรมเมื่ออยู่ร่วมกับสุนัข |
|
การฝึกสอน และพฤติกรรม/การถูกละทิ้ง |
|
การสอบ |
|
ทัศนศึกษา (ถ้าต้องการ |
ในหลักสูตรนี้ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างความจำเป็
นและการดูแลขั้นพื้นฐานของสุนัขเปรียบเทียบกับความจำเป็นแ
ละการดูแลของตัวเด็กเอง ว่ามีความคล้ายคลึงกันอย่างไร เมื่อความต้องการและการดูแลพื้นฐานได้ถูกเติมเต็มแล้ว สุนัขก็จะมีสุขภาพที่ดีและจิตใจที่เป็นสุขนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัยทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เอง
นอกจากนี้ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ที่จะจดจำและตระหนักถึงความรู้สึกของสุนัขและ
เข้าใจว่าสุนัขสื่อความรู้สึกของมันผ่านการแสดงสีหน้าและภาษากายได้อย่างไร
การสังเกตการแสดงออกเหล่านี้ จะทำให้เด็กๆ รู้ว่าเมื่อไหร่จึงจะเข้าหาสุนัขได้ และเมื่อไหร่ที่ควรจะอยู่ห่างๆ รวมถึงได้รู้ว่าการเล่นแบบไหนจึงจะสามารถเล่นกับสุนัขไ
ด้อย่างปลอดภัย และการเล่นแบบไหนที่ไม่ควรเล่นกับสุนัข
สุนัขที่ไม่ได้รับการคุมกำเนิด จะสามารถผลิตประชากรสุนัขได้ไม่จำกัด นำไปสู่การมีประชากรสุนัขมากเกินไปเกินกว่าที่สภาพแวดล้อมจะรับได้ สุนัขเหล่านี้จำนวนมากจึงกลายเป็นสุนัขไร้บ้านและต้องเร่ร่อนหากินเอง ไม่ได้รับแม้แต่ความต้องการขั้นพื้นฐาน ซึ่งทำให้มันเจ็บป่วยและมีพฤติกรรมดุร้ายโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเนื่องมาจากการขาดอาหาร โภชนาการไม่ดี หรือความรู้สึกไม่สบาย
สุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกสอนจะกลายเป็นสุนัขที่น่ารำคาญหรืออาจจะดุร้าย เป็นผลให้มันถูกทุบตี ถูกนำไปทิ้งไว้ตามข้างถนน ตามวัด ตามที่พักพิงสุนัข ถูกล่าม หรือขังอยู่ในกรง
ดังนั้น สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้ถึงผลที่จะตามมาถ้าไม่มีการควบคุมประชากรและไม่มีการฝึกสอนสุนัข รวมไปถึงวิธีในการแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้
ตลอดทั้งหลักสูตรนี้ เราจะใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ สังคม ดนตรี และการให้บริการสังคมอีกด้วย
หลักสูตรนี้สามารถปรับใช้ได้ตามความต้องการของแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับไหน หรืออายุเท่าใด นอกจากนี้หากต้องการเราสามารถสอนโดยใช้ภาษาไทยได้อีกด้วย
กรุณาติดต่อ คุณ นีงเกอะ ทางอีเมล์ : lucky4paws@yahoo.com และ info@luckydogs.info หรือทางโทรศัพท์ 089 997 8146 หากคุณสนใจที่จะ
|
ให้นำหลักสูตรนี้ไปสอนที่โรงเรียนหรือคณะของคุณ หรือ |
|
ต้องการขอหลักสูตร เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนของคุณเอง (ขอรับบริจาคเงินอุดหนุน) |
|
ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ โดยเป็นครูอาสาสมัคร |